DEV Community

Nokka
Nokka

Posted on AI-assisted

Bot Mode ของ Hermes: เมื่อ AI agent กลายเป็นทีมที่มีชื่อและหน้าตา

Bot Mode ของ Hermes: เมื่อ AI agent กลายเป็นทีมที่มีชื่อและหน้าตา

โดย Nokka (นก-กา) | 4 ตุลาคม 2026

บทความนี้เขียนโดย AI (deepseek-v4.1-flash) ผ่าน Hermes Agent ภายใต้การควบคุมและตรวจสอบคุณภาพโดยมนุษย์ - Nokka (นก-กา)

ทีมของคุณมี agent กี่ตัว และคุณรู้ไหมว่าตอนนี้ตัวไหนทำอะไรอยู่

ใจความสำคัญ

  • Bot Mode ทำให้โปรไฟล์ของ Hermes กลายเป็นบอทที่มีชื่อ มีหน้าตา มีความจำของตัวเอง และมีห้องแชทรวมที่บอทคุยกันเองได้ [2]
  • ไม่ต้องเรียนคำศัพท์ใหม่เพิ่ม แต่จะได้หน้าจอที่ทำให้มองเห็นทุกอย่างได้จากที่เดียว [2]
  • ห้องกลุ่มรับสมาชิกได้ 2 ถึง 6 ตัว ข้อความของเราหนึ่งครั้งจุดให้บอทคุยได้ไม่เกิน 3 รอบ และทั้งบทสนทนามีเพดาน 10 ข้อความจากสมาชิก [2]
  • บอทคุยข้ามเครื่องได้ผ่านคำสั่ง hermes peer ซึ่งส่งข้อความเข้าห้องแชทหลักของบอทปลายทางแล้วดึงคำตอบกลับมา [2]
  • ฟีเจอร์นี้อยู่ในรุ่น v0.21.0 ที่ออกเมื่อ 31 สิงหาคม 2026 และยังไม่มีบันทึกอย่างเป็นทางการฉบับเต็ม [1]

ปัญหาที่ทุกคนเจอเมื่อมี agent มากกว่าหนึ่งตัว

ช่องว่างระหว่างสั่งงานได้กับมองเห็นได้

ผมทำงานกับ agent มาสักพัก และความจริงที่ต้องยอมรับคือ พอมี agent ตั้งแต่สองตัวขึ้นไป งานที่ยากที่สุดไม่ใช่การสั่ง

งานที่ยากคือการมองเห็นว่าตอนนี้ใครทำอะไรอยู่ และผลของงานชิ้นหนึ่งไปอยู่ที่ไหน

เครื่องมือส่วนใหญ่แก้ปัญหานี้ด้วยการเพิ่มชั้น abstraction เข้ามา มี orchestrator มี router มี state machine แล้วก็มีหน้าจออีกอันไว้ดูสถานะ

ผลคือเราได้ระบบที่ทำงานได้ แต่ต้องเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ทั้งชุดก่อนจะเริ่มใช้

Hermes เลือกทางอื่นในรุ่น v0.21.0 ที่ออกเมื่อ 31 สิงหาคม 2026 ทางนั้นชื่อว่า Bot Mode [1]

บอทคือโปรไฟล์ ไม่มีอะไรใหม่ให้เรียน [2]

ทุกอย่างในหน้าจอมีคำสั่งเทียบเท่าในเชลล์

ประโยคที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุดในเอกสารทางการคือประโยคนี้

บอทคือโปรไฟล์ของ Hermes

โปรไฟล์คือหน่วยที่แยก config ความจำ สกิล ข้อมูลรับรอง และประวัติแชทออกจากกัน เก็บไว้ใต้โฟลเดอร์ ~/.hermes/profiles/<ชื่อ>/ ซึ่งมีอยู่ก่อน Bot Mode แล้ว

Bot Mode จึงไม่ใช่กลไกใหม่ที่ฝังลึกอยู่ในแกนกลาง แต่เป็นหน้าจอที่วาดขึ้นบนสิ่งที่ Hermes มีอยู่แล้ว

ความต่างข้อนี้สำคัญเพราะมันหมายความว่า ทุกอย่างที่ทำในหน้าจอบอท มีคำสั่งเทียบเท่าในเทอร์มินัล

hermes -p <ชื่อบอท> chat        # คุยกับบอทตัวนั้นจากเชลล์
hermes cron list                # ดูกิจวัตร [bot:<ชื่อ>] ทั้งหมด
hermes profile list             # ดูโปรไฟล์ที่มีอยู่
Enter fullscreen mode Exit fullscreen mode

คุยกับบอทในหน้าจอ เท่ากับสั่ง hermes -p <ชื่อบอท> chat ในเชลล์

ไฟล์ สกิล และความจำของบอท อยู่ที่ ~/.hermes/profiles/<ชื่อบอท>/ ซึ่งเปิดดูได้ตรงๆ

กิจวัตรประจำของบอท คือ cron job ที่ขึ้นใน hermes cron list รวมกับงานอื่น

และถ้าต้องสร้างหรือตรวจโปรไฟล์ ก็ใช้ hermes profile create กับ hermes profile list ได้ตามปกติ [2]

ผมรัน Hermes เวอร์ชัน 0.21.5 อยู่บนเครื่องนี้ และตรวจแล้วว่าโปรไฟล์ที่ผมใช้ทำงานเหมือนเดิมทุกอย่าง ทั้งจากเทอร์มินัลและจากหน้าจอ

สร้างบอทใช้เวลาไม่ถึงนาที

หน้าจอสร้างบอทเริ่มจากสามช่อง นี่คือชื่อ ตำแหน่ง และคำอธิบาย

กรอกเสร็จ บอทก็มีตัวตนทันที และมันจะทักทายเราเป็นข้อความแรกในห้องแชทของตัวเอง

ถ้าต้องการควบคุมมากกว่านั้น มีส่วนขั้นสูงที่เปิดออกมาได้ ประกอบด้วยหกเรื่อง

  • โคลนจากโปรไฟล์ที่มีอยู่ เริ่มจาก config สกิล SOUL และความจำของบอทตัวอื่น หรือจะเริ่มจากโปรไฟล์เปล่าก็ได้
  • เลือกโมเดลและผู้ให้บริการของบอทตัวนั้น บอทต่างตัวกันใช้โมเดลต่างกันได้
  • เขียน SOUL.md ของตัวเอง ซึ่งเป็นบุคลิกและคำสั่งถาวรของบอท
  • เปิดปิดสกิล เครื่องมือ และ MCP server ทีละรายการ
  • คัดลอกคีย์ API จากโปรไฟล์หลัก ค่าเริ่มต้นคือเปิดไว้
  • เลือกเครื่องที่จะสร้างบอท ถ้าลงทะเบียนหลายการเชื่อมต่อไว้

เรื่องสุดท้ายนี้ผมคิดว่าคนที่ทำงานหลายเครื่องจะชอบ หน้าจอเดียวเห็นบอทจากทุกเครื่องที่เชื่อมไว้ ทั้งเครื่องในเครื่องเดียวกัน gateway ระยะไกล เครื่องที่ต่อผ่าน SSH และอินสแตนซ์บน Hermes Cloud [5]

เครื่องที่เชื่อมผ่าน SSH จะถูกสำรวจรายชื่อโดยไม่ไปเปิดอะไรบนเครื่องปลายทาง และเครื่องที่ติดต่อไม่ได้ชั่วคราวจะยังคงแสดงรายชื่อล่าสุดไว้ ไม่หายไปจากหน้าจอ [2]

ห้องแชทที่ไม่มีวันแตก

ทำไม /new ถึงถูกเปลี่ยนเป็น /compact

รายละเอียดเล็กที่ผมชอบ บอททุกตัวมีห้องแชทหลักที่ถูกสร้างและปักหมุดไว้ตั้งแต่ตอนเกิด

เอกสารเรียกมันว่าห้องที่จะอยู่ตลอดไป และมีกลไกป้องกันไว้หนึ่งอย่าง

ถ้าพิมพ์ /new หรือ /reset ในห้องนั้น ระบบจะเปลี่ยนเส้นไปเป็น /compact แทน

เหตุผลคือการเริ่มบทสนทนาใหม่จะทำให้ความสัมพันธ์กับบอทตัวนั้นแยกออกเป็นสองสาย ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ Bot Mode สัญญาว่าจะไม่เกิดขึ้น

ความจำถูกบีบให้กระชับลง แต่บทสนทนายังเป็นบทสนทนาเดิม

ส่วนห้องสนทนาปกติในโปรไฟล์เดียวกันยังใช้ /new ได้เต็มที่ตามเดิม

ห้องกลุ่ม 2 ถึง 6 บอทคุยกันเองได้

เพดานกันห้องหมุนวน

นี่คือส่วนที่ผมหยุดอ่านสองรอบ

เราสร้างห้องแชทกลุ่มได้เหมือนสร้างห้องในแอปแชททั่วไป ใส่บอทเข้าไปได้ 2 ถึง 6 ตัว แล้วตั้งชื่อกับรูปห้องได้

เมื่อเราพิมพ์ข้อความ ห้องจะทำงานเป็นรอบ

บอทที่ถูก @ ชื่อจะตอบ ถ้าไม่มีใครถูกเรียก ทุกตัวจะตอบ แล้วแต่ละตัวจะตอบสั้นหรือเลือกเงียบก็ได้ รอบจะจบลงเมื่อทั้งรอบไม่มีใครพูด

บอทเรียกเพื่อนเข้ามาช่วยได้ด้วยการ @ ชื่อกันเอง และถ้าเจอเรื่องที่ต้องให้คนตัดสิน มันจะ @ หาเรา หัวห้องจะมีป้ายบอกว่าเราถูกเรียก

มีเพดานกันห้องหมุนวนอยู่สองชั้น คือทั้งบทสนทนามีข้อความจากสมาชิกได้ไม่เกิน 10 ข้อความ และข้อความของเราหนึ่งครั้งจุดรอบซ้อนได้ไม่เกิน 3 รอบ

แต่ละบอทยังคงมีเซสชันห้องกลุ่มของตัวเองที่คงอยู่ บริบทของห้องจึงไม่หายไปเหมือนแชทชั่วคราว

บอทที่ไม่มีอะไรจะพูดสามารถจบรอบด้วยโทเคนเงียบได้ และเพื่อนที่ส่งข้อความมาจะได้คำตอบว่างแทนที่จะได้ตัวโทเคนกลับไป [2]

ส่วนตัวแล้วผมคิดว่ารายละเอียดนี้บอกอะไรบางอย่าง ระบบที่ออกแบบมาให้ตัวแสดง "เลือกที่จะเงียบ" ได้เป็นระบบที่คิดเรื่องเสียงรบกวนมาก่อน

บอทคุยกันข้ามเครื่อง

Bot Mode ในเครื่องเดียวเป็นเรื่องหนึ่ง แต่คำสั่ง hermes peer ทำให้เรื่องนี้ขยายออกไปนอกเครื่อง

คำสั่งนี้ให้ agent ตัวหนึ่งส่งข้อความหาอีกตัวผ่าน handle โดยข้ามโปรไฟล์และข้าม gateway ได้

เมื่อส่งไป ข้อความจะเข้าห้องแชทหลักของบอทปลายทาง แล้วรันหนึ่งเทิร์นของ agent ที่นั่น จากนั้นพิมพ์คำตอบกลับมาที่หน้าจอเรา

คำสั่งที่ใช้มีทั้งเพิ่มเพื่อน จัดการรายการ ส่งข้อความ สั่งงานยาวๆ พร้อมคีย์สำหรับกันส่งซ้ำ และเช็คหรือหยุดงานที่สั่งไปแล้ว [2]

จุดที่ผมคิดว่าสำคัญคือคำตอบไม่ได้หายไปไหน มันไปอยู่ในห้องแชทหลักของบอทตัวนั้นด้วย

งานที่มอบหมายระหว่าง agent จึงตรวจย้อนได้เสมอ ไม่ใช่การยิงแล้วจบ

กิจวัตรที่ไปโผล่ใน cron ปกติ

บอทตั้งกิจวัตรประจำได้จากหน้าจอ มีตัวช่วยสร้างตารางเวลาแบบเลือกความถี่ก่อน แล้วค่อยลงรายละเอียดที่จำเป็น

ข้างหลังคือ cron job ธรรมดา [2] ส่วนเรื่องความจำและ continuity ของงานตามเวลา ผมแยกไว้ในบทที่ 2

ของที่อยู่ข้างหลังตั้งชื่อแบบ [bot:<ชื่อ>] <ชื่องาน>

ผลก็คืองานของบอทจะไปโผล่ใน hermes cron list รวมกับงานอื่นทั้งหมด และผลการรันจะกลับไปอยู่ในห้องแชทของบอทตัวนั้น

เบื้องหลังที่ต้องซ่อมก่อนจะใช้ได้จริง

ส่วนนี้เป็นมุมที่ข่าวส่วนใหญ่ข้ามไป

Bot Mode ในรุ่นแรกมีปัญหาเรื่องการเปิด backend ซ้ำ ระบบเคยเปิดหรือเชื่อม backend หนึ่งตัวต่อหนึ่งโปรไฟล์ทุกครั้งที่เปิดโปรแกรม และทุกครั้งที่หน้าจอบอทขยับ

แค่เอาเมาส์ไปวางบนรายชื่อบอท ก็เปิด backend ได้หนึ่งตัวต่อหนึ่งแถว

การแก้ไขมาอยู่ในรุ่น v0.21.2 ที่ออก 11 กันยายน 2026 โดยปิดปัญหานี้ไปหลายรายการในชุดเดียว [3]

ผมอ่านบันทึกฉบับนี้แล้วรู้สึกว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของวิธีที่ทีมเขียนบันทึก บั๊กถูกเล่าตรงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้ใช้ ไม่ใช่เล่าว่าซ่อมโค้ดตรงไหน

รุ่นเดียวกันยังปิดปัญหาฐานข้อมูลเซสชันอีกชุดหนึ่ง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ปิดไป 44 issues [3]

ข้อจำกัดที่ผมต้องบอกตรงๆ

ผมรัน Hermes แบบ CLI และ gateway ไม่ได้รันแอปเดสก์ท็อป

ความหมายคือ Bot Mode ส่วนหน้าจอ ทั้งหน้าจอบอท แผงกิจวัตร และห้องกลุ่ม ผมอ่านจากเอกสารทางการและบันทึกการออกรุ่น ไม่ได้ทดสอบด้วยมือเอง

ของที่ผมทดสอบเองบนเครื่องนี้คือส่วนที่อยู่หลังหน้าจอ ได้แก่โปรไฟล์ คำสั่ง hermes -p และ cron ซึ่งทำงานได้ตามที่เอกสารระบุ

อีกเรื่องที่ต้องบอก ฉบับสมบูรณ์ของ Bot Mode อยู่ที่ไหน

บันทึกการออกรุ่นเดือนกันยายนเกือบทุกฉบับเขียนไว้ตรงกันว่า บันทึกฉบับคัดสรรอย่างละเอียดจะมาในรุ่น v0.22.0 [4]

ส่วนฉบับ v0.21.2 เขียนรายละเอียดของตัวเองไว้แล้ว [3]

รุ่น v0.21.5 ที่ออก 24 กันยายน 2026 ระบุเองว่า 460 PRs ที่รวมเข้ามาในรุ่นนั้นถูกบันทึกไว้อย่างจงใจว่าไม่ลงรายละเอียด [4]

ผมจึงไม่รู้ว่าเบื้องหลังของฟีเจอร์เหล่านี้ยังมีอะไรอีก และจะไม่เดา

แล้วมันเปลี่ยนอะไรกับคนที่ใช้ agent อยู่

ของที่ Bot Mode ทำจริงๆ ไม่ใช่การเพิ่มความสามารถใหม่ให้ agent

มันคือการทำให้ความสามารถที่ agent มีอยู่แล้ว มองเห็นได้ด้วยตาบนหน้าจอเดียว

สำหรับคนที่เคยต้องเปิดเทอร์มินัลหลายหน้าต่าง ไล่อ่าน log และเดาว่างานของ agent ตัวหนึ่งไปถึงไหนแล้ว การมีรายชื่อบอทที่มีชื่อ มีหน้า และมีห้องแชทที่ทุกอย่างไหลไปรวมกัน อาจฟังดูเป็นเรื่องเล็ก

แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวกับที่เกิดขึ้นกับเรามาตลอดในวงการนี้ เราสร้างของที่ทำงานได้ก่อน แล้วค่อยมาเสียเวลาอยู่กับการทำให้มันดูออกว่ากำลังทำงานอะไรอยู่

ถ้าคุณรัน Hermes อยู่และมีโปรไฟล์มากกว่าหนึ่ง ลองสร้างบอทสักสองตัวแล้วใส่เข้าห้องกลุ่มเดียวกันดู

แล้วลองสังเกตดูว่าคำถามที่ว่า "ตอนนี้ใครทำอะไรอยู่" ยังต้องตอบอยู่ไหม

ถ้าคำถามนั้นหายไป นั่นคือคำตอบว่าฟีเจอร์นี้ทำงาน


แหล่งอ้างอิง

[1] GitHub, NousResearch/hermes-agent "Hermes Agent v0.21.0 (v2026.8.31)" บันทึกการออก รุ่นที่ Bot Mode เปิดตัว (31 สิงหาคม 2026 / ค.ศ. 2026) · https://github.com/NousResearch/hermes-agent/releases/tag/v2026.8.31

[2] Hermes Agent Docs, "Bot Mode" เอกสารทางการ (เข้าถึง 4 ตุลาคม 2569 / ค.ศ. 2026) · https://hermes-agent.nousresearch.com/docs/user-guide/bot-mode

[3] GitHub, NousResearch/hermes-agent "Hermes Agent v0.21.2 (v2026.9.11)" บันทึกการออก ฉบับแก้ปัญหาฐานข้อมูลเซสชันและการเปิด backend ซ้ำ (11 กันยายน 2026 / ค.ศ. 2026) · https://github.com/NousResearch/hermes-agent/releases/tag/v2026.9.11

[4] GitHub, NousResearch/hermes-agent "Hermes Agent v0.21.5 (v2026.9.24)" บันทึกการออก รุ่นล่าสุด (24 กันยายน 2026 / ค.ศ. 2026) · https://github.com/NousResearch/hermes-agent/releases/tag/v2026.9.24

[5] Hermes Agent Docs, "Connecting Desktop to Many Hermes Instances" เอกสารทางการ (เข้าถึง 4 ตุลาคม 2569 / ค.ศ. 2026) · https://hermes-agent.nousresearch.com/docs/user-guide/multi-connection-desktop

Top comments (0)